12/14/2551

ดุลการเงินของไทย

จัดทำโดย นายภาสกร ทรงแก้ว 4901202004
ปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ซึ่งประเทศด้อยพัฒนาและ "ประเทศพยายามพัฒนา" ในช่วงทศวรรษ 1960-1980 มักจะประสบคล้ายคลึงกัน คือปัญหาการขาดดุลการค้าในโครงสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของตน
ปัญหาการขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบพัวพันไปถึงปัญหาดุลการชำระเงิน และหนี้สินต่างประเทศ
อำนาจขององค์กรการเงินระหว่างประเทศ อย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ตั้งอยู่บนพื้นฐานการเกิดปัญหาโครงสร้างเหล่านี้เป็นระยะๆ หมุนเวียนกันไปในกลุ่มประเทศสมาชิก เช่น วิกฤติสถาบันการเงินของไทยหลังปี พ.ศ.2536 ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากภาระหนี้สินจำนวนมหาศาลของระบบสถาบันการเงิน โดยการอำนวยความสะดวกของกลไกวิเทศธนกิจ กับการไม่กำหนดระบบลอยตัวค่าเงินบาทตั้งแต่ต้น ส่งผลให้เกิดภาวะบริโภคล้นเกิน และปัญหาหนี้สินไม่ก่อให้เกิดรายได้ ก่อนจะนำไปสู่ปัญหาการขาดสภาพคล่องในการชำระเงินกู้ทั้งระบบ จนต้องอาศัยโครงการช่วยเหลือฟื้นฟูจากไอเอ็มเอฟในปี 2540

การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ตั้งแต่ช่วงปี 2544 ช่วยปรับปรุงแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศของไทยมีผลสัมฤทธิ์ รูปธรรมชัดเจน ระหว่างปี 2546-2547 ทำให้เริ่มมีข้อมูลสถิติแสดงตัวเลขการได้เปรียบดุลการค้ากับต่างประเทศ หลังจากที่ระบบเศรษฐกิจไทยเคลื่อนตัวเข้าสู่โครงสร้างการเสียเปรียบดุลการค้าต่อเนื่อง มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960

การได้เปรียบดุลการค้าระหว่างประเทศ จากผลของการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของประเทศ แทบไม่เคยพบเห็นกันมาก่อน นับตั้งแต่การริเริ่มนำประเทศไทยเข้าไปบรรจุอยู่ใน "แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ" ฉบับแรก (2504-2509) ตามแนวยุทธศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองของธนาคารโลก

แต่ภาวการณ์ด้านดุลการค้าที่เกิดขึ้นให้เห็นเป็นรูปธรรมต่อเนื่อง ในช่วงเวลาที่ผ่านมากำลังถูกคุกคามโดย "ราคาสินค้าพลังงาน" ซึ่งเป็นวัตถุดิบนำเข้าจากตลาดโลก

โดยไทยเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบปิโตรเลียม และสินค้าต่อเนื่องจากปิโตรเลียมจำนวนมาก จนอาจกล่าวได้ในปัจจุบันว่า สินค้านำเข้าที่ก่อความสิ้นเปลืองทางการเงิน ให้แก่ระบบเศรษฐกิจไทยในลำดับแรกๆ ทั่วประเทศขณะนี้คือ น้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตโดยใช้วัตถุดิบปิโตรเลียม

เนื่องจากกลไกการกำหนดราคาสินค้าวัตถุดิบชนิดนี้ในตลาดโลก เป็นกลไกภายใต้อำนาจของผู้ขายมากกว่าผู้ซื้อ ดังนั้น โอกาสที่ระดับราคาวัตถุดิบปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงที่กลั่นจากปิโตรเลียมจะลดราคาลงตามความต้องการของผู้บริโภคในตลาด จึงเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาวการณ์ที่ประเทศผู้กุมอำนาจต่อรองสูงในตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงของโลก มีภาระค่าใช้จ่ายสูง ในการดำเนินนโยบายสงครามอยู่ในภูมิภาคที่เป็นแหล่งสำรองน้ำมันดิบของโลกในปัจจุบัน

ระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นต่อเนื่องในตลาดโลก ได้ส่งผลทางปฏิบัติให้ระบบเศรษฐกิจไทยต้องสูญเสียรายได้ จากการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นค่าสั่งซื้อ (หรือภาระการนำเข้า) สินค้าวัตถุดิบเหล่านี้ เมื่อเทียบเคียงรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มปริมาณการส่งออกกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการเพิ่มราคาสินค้าปิโตรเลียมในตลาดโลก เราก็สามารถจะคาดคะเนถึงการคุกคามจากปัญหาการค้าระหว่างประเทศ และภาวะการขาดดุลการค้าของไทยในช่วงปีปัจจุบันได้ชัดเจนขึ้น

การคุกคามชนิดนี้ มีกำลังรุนแรง เนื่องจากประชาชนผู้บริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดค้าปลีกภายในประเทศเอง ก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาได้ ถ้าหากขาดความระมัดระวังในการใช้พลังงานเชื้อเพลิงในการดำเนินชีวิตประจำวัน หรือขาดการมีส่วนร่วมในการประหยัดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

แม้ว่าสาธารณชนทั่วไป จะไม่สามารถปรับลดการใช้จ่ายพลังงานเชื้อเพลิงได้ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนที่เคยชินในการใช้ ขณะที่ระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มระดับราคาขึ้นไปเกือบเท่าตัวแล้ว ตั้งแต่ช่วงสงครามสหรัฐอเมริกากับอิรัก แต่การตระหนักร่วมกันถึงปัญหาที่คุกคามเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศเช่นนี้ ควรอยู่ในสำนึกความรับผิดชอบร่วมกันของพรรคการเมืองทุกพรรค ที่สามารถดำเนินโครงการรณรงค์สู่ฐานประชาชนรากหญ้า ให้ร่วมมือกันประหยัดค่าใช้จ่ายในการบริโภคพลังงานทุกรูปแบบ ที่มีฐานวัตถุดิบปิโตรเลียมเป็นสินค้านำเข้าราคาแพงเช่นทุกวันนี้

ผู้นำรัฐบาลโคลัมเบียตัดสินใจประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแถลงสาเหตุสำคัญประการหนึ่งมาจากแรงกดดันเรื่องราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และการรวมตัวประท้วงขององค์กรภาคประชาชนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

สภาพความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนรากหญ้าของไทย กับรัฐบาลจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด อยู่ในสภาวะแห่งความสมานฉันท์เป็นอันมาก เมื่อเปรียบเทียบกับสภาพการณ์ทางการเมืองภายในของประเทศโคลัมเบีย แต่สภาพความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับองค์กรการเมืองนอกรัฐสภาหลายกลุ่ม ไม่อยู่ในภาวะกระจ่างแจ่มใสนัก

ผมเพียงคาดหวังว่า "การเมืองภาคประชาชน" จะถูกใช้ไปในทิศทางสมานฉันท์ เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการคุกคามจากภาวะเศรษฐกิจระหว่างประเทศ มากกว่าจะถูกใช้ไปในทิศทางตรงกันข้าม


ที่มา http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2005q1/article2005march09p4.htm

คำถามท้ายเรื่อง
1. ปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ซึ่งประเทศด้อยพัฒนาและ "ประเทศพยายามพัฒนา" ในช่วงทศวรรษ 1960-1980 มักจะประสบคล้ายคลึงกัน คืออะไร

2. การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ตั้งแต่ช่วงปี 2544 ช่วยปรับปรุงแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศของไทยมีผลสัมฤทธิ์ รูปธรรมชัดเจน ระหว่างปีอะไร

3. โดยไทยเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบปิโตรเลียม และสินค้าต่อเนื่องจากปิโตรเลียมจำนวนมาก จนอาจกล่าวได้ในปัจจุบันว่า สินค้านำเข้าที่ก่อความสิ้นเปลืองทางการเงิน ให้แก่ระบบเศรษฐกิจไทยในลำดับแรกๆ ทั่วประเทศขณะนี้คืออะไร

2 ความคิดเห็น:

utccba205g4 กล่าวว่า...

น.ส.จีราภรณ์ แซ่ลิ้ม 4901202092 (G4)

1.ปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ซึ่งประเทศด้อยพัฒนาและ "ประเทศพยายามพัฒนา" ในช่วงทศวรรษ 1960-1980 มักจะประสบคล้ายคลึงกัน คือ ปัญหาการขาดดุลการค้าในโครงสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของตน

2. การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ตั้งแต่ช่วงปี 2544 ช่วยปรับปรุงแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศของไทยมีผลสัมฤทธิ์ รูปธรรมชัดเจน

3.ไทยเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบปิโตรเลียม และสินค้าต่อเนื่องจากปิโตรเลียมจำนวนมาก จนอาจกล่าวได้ในปัจจุบันว่า สินค้านำเข้าที่ก่อความสิ้นเปลืองทางการเงิน ให้แก่ระบบเศรษฐกิจไทยในลำดับแรกๆ ทั่วประเทศขณะนี้คือ น้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตโดยใช้วัตถุดิบปิโตรเลียม
ระหว่างปี 2546-2547

251utccba205g32 กล่าวว่า...

1.ปัญหาการขาดดุลการค้าในโครงสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของตน

2.ระหว่างปี 2546-2547

3.น้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตโดยใช้วัตถุดิบปิโตรเลียม

น.ส.วรารัตน์ เนกขัมพิทักษ์ 4901208018