11/30/2551

พิษเศรษฐกิจโลกกระทบปีหน้า

จัดทำโดย นางสาวพิมพิมล กิตติสิทธิพงษ์ 4901202070



เตือนผู้ส่งออกปรับตัว ชี้พิษเศรษฐกิจโลกกระทบปีหน้า
“ธาริษา” ชี้เศรษฐกิจไทย-สินเชื่อปีหน้าชะลอ ผลจากวิกฤตการเงินลามถึงไทย เตือนผู้ส่งออกปรับตัวรับมือ ยืนยันสภาพคล่องในระบบการเงินและสถาบันการเงินยังเพียงพอให้แบงก์ปล่อยกู้ ยอมรับแบงก์อาจเข้มงวดปล่อยสินเชื่อถือเป็นเรื่องปกติในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว


นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในปีหน้าขยายตัวชะลอลง โดยเชื่อว่าผลกระทบจะมาถึงแน่นอน แต่จะช้าหรือเร็วนั้น ก็จะต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะขณะนี้ยังไม่มีใครกล้าฟันธง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ยังสามารถขยายตัวได้ดีพอสมควร


“ผลกระทบน่าจะค่อย ๆ เข้ามากระทบมากกว่า โดยปีหน้าจะได้รับผลกระทบมากกว่าปีนี้ เพราะฉะนั้น ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ทุกคนก็จะต้องปรับตัว โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่จะต้องระมัดระวังความผันจากวิกฤตการเงินโลก และเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลทำให้การส่งออกของไทยในปีหน้าชะลอลงเช่นกัน ดังนั้น ในประเทศเราเองต้องสร้างความต้องการในประเทศมากขึ้น รวมถึงเรื่องของความมั่นใจ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในขณะนี้” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว


ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวอีกว่า ภาวะการจ้างงานของประเทศไทย ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเงินโลก โดยรายได้ของแรงงานยังไม่ลดลงไปจนน่ากังวล การว่างงานยังน้อย เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาภาวะฟองสบู่แตก ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ตกลงไป ขณะที่ประเทศไทยมูลค่าสินทรัพย์ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ต้องช่วยกันสร้าง คือเรื่องของความมั่นใจ ทำให้ประชาชนมีการบริโภคมีการใช้จ่ายมากขึ้น


ในส่วนของนโยบายการเงิน การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา กนง.ได้พิจารณาและประเมินปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งภาคการเงิน เข้าไปรวมไว้หมดแล้ว ดังนั้นขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการประชุม กนง. วาระพิเศษ อย่างไรก็ตามหากมีความจำเป็น นโยบายการเงินก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน ซึ่ง ธปท. ได้ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว


ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวถึงสภาพคล่องในระบบการเงินขณะนี้ว่ามีเพียงพอ รวมถึงสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ ที่เพียงพอในการปล่อยสินเชื่อให้กับภาคเศรษฐกิจ แต่กระแสข่าวที่ออกมาว่าแบงก์พาณิชย์ไม่ปล่อยกู้นั้น เป็นเรื่องปกติในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอ อาจทำให้ธนาคารพาณิชย์มีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากเป็นพิเศษ แต่เท่าที่ดูข้อมูลความสามารถในการปล่อยกู้ของแบงก์ยังมี ดังจะเห็นได้จากเงินกองทุนของระบบธนาคารพาณิชย์มีมากถึงร้อยละ 15 เศษ ถือว่ายังเพียงพอในการขยายสินเชื่อ เป็นฐานการในปล่อยกู้ได้ รวมทั้งสภาพคล่องในระบบและสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์มีเพียงพอ ซึ่งหากมีความต้องการสินเชื่อจริง แบงก์ยังสามารถปล่อยสินเชื่อได้ ทั้งนี้ จะเห็นว่าที่ผ่านมาการขยายตัวของสินเชื่อตัวเลขล่าสุด เดือน ส.ค. สินเชื่อขยายตัวได้ถึง ร้อยละ 11.7 เทียบกับช่วงก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 9 เศษ ซึ่งเป็นสินเชื่อที่ภาคธุรกิจใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเงินทุนเพื่อการลงทุน


“เป็นเรื่องปกติที่ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว แบงก์พาณิชย์มีความระมัดระวังที่จะปล่อยกู้ ซึ่งอนาคตสินเชื่อคาดว่าจะชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นความต้องการก็คงจะน้อยลง แต่ถามว่าแบงก์จะปล่อยกู้ได้ไหม มองว่าความสามารถในการปล่อยกู้ยังตอบสนองอยู่ ขณะที่เอ็นพีแอลขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วง มีการลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งสัดส่วนเอ็นพีแอลและยอดคงค้างจริง ถือว่าแบงก์ค่อนข้างแข็งแรง” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว






คำถามท้ายบท

1. การชะลอตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกส่งผลกระทบต่ออะไรบ้าง

2. วิธีสร้างความมั่นใจในสถานการณ์เช่นนี้คืออะไร

3. สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ปัจจุบันเป็นอย่างไร

3 ความคิดเห็น:

CUTIE GIRL IN FM กล่าวว่า...

คำถามท้ายบท


1. การชะลอตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกส่งผลกระทบต่ออะไรบ้าง
-ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ทุกคนก็จะต้องปรับตัว เฉพาะภาคการส่งออกที่จะต้องระมัดระวังความผันจากวิกฤตการเงินโลก และเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลทำให้การส่งออกของไทยในปีหน้าชะลอลงเช่นกัน

2. วิธีสร้างความมั่นใจในสถานการณ์เช่นนี้คืออะไร
-ทำให้ประชาชนมีการบริโภคมีการใช้จ่ายมากขึ้น


3. สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ปัจจุบันเป็นอย่างไร

-สภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ ที่เพียงพอในการปล่อยสินเชื่อให้กับภาคเศรษฐกิจ แต่กระแสข่าวที่ออกมาว่าแบงก์พาณิชย์ไม่ปล่อยกู้นั้น เป็นเรื่องปกติในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอ อาจทำให้ธนาคารพาณิชย์มีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากเป็นพิเศษ แต่เท่าที่ดูข้อมูลความสามารถในการปล่อยกู้ของแบงก์ยังมี ดังจะเห็นได้จากเงินกองทุนของระบบธนาคารพาณิชย์มีมากถึงร้อยละ 15 เศษ ถือว่ายังเพียงพอในการขยายสินเชื่อ เป็นฐานการในปล่อยกู้ได้ รวมทั้งสภาพคล่องในระบบและสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์มีเพียงพอ ซึ่งหากมีความต้องการสินเชื่อจริง แบงก์ยังสามารถปล่อยสินเชื่อได้ ทั้งนี้ จะเห็นว่าที่ผ่านมาการขยายตัวของสินเชื่อตัวเลขล่าสุด เดือน ส.ค. สินเชื่อขยายตัวได้ถึง ร้อยละ 11.7 เทียบกับช่วงก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 9 เศษ ซึ่งเป็นสินเชื่อที่ภาคธุรกิจใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเงินทุนเพื่อการลงทุน


นางสาวชุษณ๊ ตองอ่อน
5005106002

วิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์การเงิน

Utccba205g1 กล่าวว่า...

ผู้ตอบ : น.ส.เกศินี เดชากร 4901202036

1. ภาคการส่งออกที่จะต้องระมัดระวังความผันจากวิกฤตการเงินโลก และเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลทำให้การส่งออกของไทยในปีหน้าชะลอลง

2. ทำให้ประชาชนมีการบริโภคมีการใช้จ่ายมากขึ้น

3. มีเพียงพอในการปล่อยสินเชื่อให้กับภาคเศรษฐกิจ

ミ♡ tAhtOp ™ กล่าวว่า...

ตอบโดย นางสาว ณัฐวรรณ พุ่มเจริญ
เลขทะเบียน 4901202081

1. จะส่งผลกระทบคือ จะทำให้ภาคการส่งออกที่จะต้องระมัดระวังความผันจากวิกฤตการเงินโลก และเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลทำให้การส่งออกของไทยในปีหน้าชะลอลง

2. สร้างความมั่นใจโดยการ ทำให้ประชาชนมีการบริโภคมีการใช้จ่ายมากขึ้น

3. สภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ ที่เพียงพอในการปล่อยสินเชื่อให้กับภาคเศรษฐกิจ ธนาคารพาณิชย์มีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากเป็นพิเศษ แต่เท่าที่ดูข้อมูลความสามารถในการปล่อยกู้ของแบงก์ยังมี